ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

#นศภAndTheWard ตอน #มาม่าวันแม่ (1/3)

 #นศภAndTheWard ตอน #มาม่าวันแม่ 

เนื่องในโอกาสวันแม่ ข้า(พเจ้า)จะนำเสนอ
มุมมองของ นศภ.ที่มีต่อผู้ป่วยซึ่งมียศศักดิ์ในครอบครัวว่า"แม่"
...เรื่องดราม่ามีมากมายฮ่ะ เล่าเป็น case ไปแล้วกัน...
 

เรื่อง... แม่ ลูก ผูกพันธ์กับ ถุงลมโป่งพอง(COPD)

        Pt ญ อายุประมาณ 60 กว่า รายหนึ่งนอน รพ อาการหอบเหนื่อย เพราะเป็นโป่งพองมานาน 10 ปี ที่ต้องนอน รพ เพราะหายใจหอบเหนื่อด้วยโรคกำเริบ พ่นยา(แบบครอบจมูกอ่ะ nebulizer) ใส่สายให้ออกซิเจนแบบเสียบจมูก(O2 cannular) หายใจหอบเหนี่อยดูประวัติไม่สูบบุหรี่ ไม่มีอะไรที่เสี่ยงเลย แต่....ประวัติอย่างหนึ่งคือ "ลูกชายสูบบุหรี่ในบ้านทุกวันมาเป็นสิบๆปี" #จบข่าว นศภ. ตามชาทแล้วเงิบ ป้าทั้งหอบ ทั้งไอ น่าสงสาร  
 

เรื่อง....ยาแม่แก่ใครจะดูแล

case หลาย case ใน ward เป็น ญ สูงอายุ(แบบสูงมาก 70 80 กว่า) พอหมอราวน์ถามว่า "ยายยยยยยย.....ใครเอายาให้ยายกิน" (เสียงอาจารย์หมอลอยเข้ามาในหูขณะพิมพ์เลย ฮึ๋ยยย) เงียบ คนเฝ้าไข้ตอบไม่ถูก โยนไปให้ลูกคนโน่นที คนนี้ที ยายบางคนขาดยาเป็นปีๆ บางคนไม่เคยตรวจสุขภาพเลย โรคเงียบเพียบ ทั้งเบาหวาน ความดัน ไขมัน วันนี้มาด้วยสมองขาดเลือด(Stroke) ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง บางคนนอนใส่เครื่องช่วยหายใจ (ET tube) สายพะรุงพะรัง บางคนถึงขั้นต้องให้อาหารทางสายยาง(NG tube) ดูมันเจ็บและทรมานมากอ่ะ มันเจ็บจนคนไข้หลายคนพยายามดึงออก T____T ราวน์ที่น้ำตาจิไหล มาม่าเยอะไป ไวไวควิก ไม่มีเลย

เจอเรื่องชั่วร้ายมาเยอะ มาดูเรื่องดีดีบ้าง 

 
ลูกที่น่ารักก็มีเยอะ และแม่ที่น่ารักก็มีเยอะ ใน ward มีคนไข้ก็ต้องมีคนดูแล รพ รัฐที่น้อยนัก คนไข้เองก็แทบจะขี่คอกันนอน รพ แต่กระนั้นก็มีคนไข้เฝ้าอยู่ร่ำไป แล้วคนเฝ้านอนที่ไหน
 
 ...ตามทางเดิน ปูเสื่อ กางมุ้ง บางคนนอนใต้เตียงคนไข้ บางคนฟุบบนเตียง ป้อนข้าว ป้อนยา เช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า หลายเตียงที่แม่มาเฝ้าลูกทุกวัน ไปward กี่ทีเจอตลอด และเจอบ่อยเหมือนกันที่ลูกมาเฝ้าแม่ ตั้งแต่เด็กอนุบาลตัวน้อยๆแอบไปนั่งบนเตียงกับแม่ ไปจนถึงลูกๆวัยผู้ใหญ่ แม่บางคนอ้อนวอนหมอเพื่อจะขอกลับบ้านพร้อมน้ำตาคลอเบ้าด้วยเหตุผลที่ว่า "ลูกที่มาเฝ้าหนูจะกินอะไรหล่ะหมอ" ข้าพเจ้านึกไม่ออกว่าจะกลับบ้านได้ยังไง อาการไม่ใช่น้อยๆเลย (Problem list มาเป็นทาง) แถม ญ ผอมแห้งคนนี้ยังมาพร้อมกับโรคประจำตัวที่คาดไม่ถึง ป้องกันไม่ได้ เพราะสาเหตุยังไม่รู้เลย...CA brain หรือมะเร็งสมอง แน่นอนว่าเมื่อศูนย์บังคับบัญชารวน ทุกระบบในร่างกายก็พลอยวุ่นไปด้วย
 
....เรื่อง #มาม่าวันแม่ ในโรงพยาบาล คงจบแค่นั้น ...ราวน์ไปน้ำตาจะไหลทั้งซึ้ง ทั้งสงสาร
 
...เรื่องมาม่าเกี่ยวกับแม่ในร้านยาก็มีอยู่เหมือนกัน ประโยคเด็ด หึหึ "ยังไงก็ขายให้ไม่ได้ค่ะ พี่พาแม่ไป รพ ดีกว่านะคะ" "เค้าเป็นเลือดเนื้อของพี่นะ พี่จะทำเค้าได้ลงเหรอ" เงิบซะทั้ง นศภ. ทั้งพี่เภสัชแหล่งฝึก
 

มามีสาระสักนิด ...เมื่อไหร่ที่ควรตรวจสุขภาพ...

โดยส่วนตัวคิดว่าถ้าอายุ 40 ปี ขึ้นไปก็ควรไปตรวจได้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคพวกนี้ภัยเงียบพาลจะล้มหมอนนอนเสื่อ เอาได้ง่าย 
 
สำคัญเพศ ญ โรคที่ยอดฮิตคือ มะเร็งเต้านม อันนี้ตรวจเองได้ อีกโรคคือมะเร็งปากมดลูก ควรตรวจตั้งแต่อายุ 35 ปี นะจ๊ะ
 
...ข้อมูลการตรวจและคัดกรองความเสี่ยงลองหาใน Internet โดยใช้คำค้นว่า "คัดกรอง เบาหวาน" "คัดกรอง ความดันโลหิตสูง"
 
#จบข่าว ก็ข้าอยู่ ward สตรีนี่นา กิกิ
ติดตามงานเขียนเมาๆ โดย นศภ.รั่วๆ ได้ตาม hashtag #นศภAndTheWard
 
เขียนเมื่อ 13 สิงหาคม 2015 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Namthip × งานวิจัยมะเร็ง ตอนที่ 2

Namthip × งานวิจัยมะเร็ง ตอนที่ 2   เท้าความตอนที่แล้ว สุดท้ายก็กล้าเดินเข่าเข้าไปขอ e-mail อาจารย์ . หลังจากนั้นก็ดีดอย่างหนัก 555 จากวิทยาศาสตร์ที่เรียนไปวันๆ กลายเป็นน่าสนุกขึ้นมาทันตา เคมีเกรด 2 ที่เคยได้มาก็กลายเป็นเกรด 4 จนติดโอลิมปิกวิชาการเคมี การอ่านหนังสือตั้งแต่นั้นก็ไม่ใช่แค่เอาไปตอบข้อสอบอีกต่อไป แต่คือการอ่านให้เข้าใจและพยายามคิดต่อ โผล่ไปห้องพักครูเคมีบ่อยมาก พร้อมกับแบกหนังสืิอไปด้วย คุณครูคนนั้นคือ อ.สุคนธ์ มณีฉาย หนังสือที่ชอบตอนนั้นคือหนังสือ ของ อ.กฤษณา ชุติมา ซึ่งเป็นหนังสือที่ดูจะอธิบายละเอียดและลึกซึ้งกว่าระดับมัธยมมาก นับแต่นั้นมามาตราฐานของการสอบจึงไม่ใช่คะแนนแต่เป็นความเข้าใจ ถึงจะได้คะแนนดีแต่ไม่เข้าใจก็ตามไปถามครูถึงห้อง >< บางครั้งหนังสือ 2 เล่มก็เขียนไม่เหมือนกัน และครูก็บอกว่าทำไม แบบนี้หล่ะที่น่าสนุก . E-mail ส่งไปถึง อ.ชิษณุสรร อ ตอบกลับมาเป็นภาษาอังกฤษในทุกครั้ง และทุกครั้งเช่นกันที่ต้องเปิดดิกชันนารีแปลทุกคำ . มีครั้งนึงอยู่ในค่ายโอลิมปิกวิชาการ ยืมคอมเพื่อนเปิด เจอศัพท์ที่ไม่รู้ (มันคือคำว่า appointment) ก็เดินไปถามเพื่อนคนนู้นคนนี้ว่านี่แ...

Namthip x งานวิจัยมะเร็ง ตอนที่ 0

  Namthip x งานวิจัยมะเร็ง ตอนที่ 0 จากโพสก่อนที่เล่าถึงเส้นทางการวิจัยมะเร็ง ที่เริ่มเรื่องมาตั้งแต่ ม.5 - ป.เอก ตอนที่ 0 นี้คือเรื่องความสะเปะสะปะ กว่าจะมาถึงเส้นทางวิจัยและวิทยาศาสตร์ . เรื่องมันเริ่มมาจากโจทย์แค่ว่า ทำไมยายถึงต้องตายเพราะมะเร็ง ทำไมหมอช่วยยายไม่ได้ ถ้ามีทางดีดีที่ยายไม่ตาย เราก็คงไม่ต้องมานั่งร้องอยู่อย่างนี้ นั่นหล่ะความคิดเด็ก ม.2 . ตอนนั้นก็กวาดทุกอย่างที่ขวางหน้า หรือต้องเป็นหมอศัลย์นะ? หรือว่าต้องโภชนาการต้านมะเร็ง? หรือว่าต้องแบบหมอสมหมาย ทองประเสริฐ? สิงซีเอ็ดบุ๊คสุดๆ อ่านฟรีบ้าง ซื้อบ้าง (มัน 18 ปีก่อน เน็ตยังไม่แพร่หลาย 555) . พ่อกับแม่ก็พยายามสนับสนุนนะ คือเค้าจะเป็นสายแบบเป็นแบ็ค จะไม่ชี้นำ แต่ถ้าดีดจะไปทางไหน จะช่วยดัน มันหรือถีบนะไม่แน่ใจ . ช่วง ม.2 แม่ก็พาไปเจอรุ่นพี่ที่ทำงานเก่าของแม่ คุณลุง ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ที่มาบรรยายเกี่ยวกับงานวิจัยอะไรสักอย่าง จำได้เลยว่าใส่ชุดยุวกาชาด ไปนั่งฟังบรรยายซึ่งก็น่าจะไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย แล้วก็ไปทานข้าวต่อกับวิทยากร ตอนนี้จำอะไรไม่ได้เลยว่าคุยอะไร จำได้อย่างเดียวคือ งานวิจัยนี่ดูเป็นอะไรที่เป็นเห...

Productive ตอน 2

Productive ตอน 2 ว่าด้วยเรื่อง productive ตอน 2 ความจริงเรื่องนี้มีให้อ่านเยอะมากกกกก เยอะพอๆหรือมากกว่าหนังสือทำยังไงให้เรียนเก่ง ซึ่งอ่านเท่าไหร่ๆ ก็ไม่เก่งกันสักที แฮะๆ . ที่เค้าเขียนหรือพูดไว้ได้เป็นแค่แนวทางเท่านั้น รีวิวฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมวอันนี้ ก็เพียงโพสรวบรวมแนวทางที่เจอๆมา ร่วมกับแชร์ประสบการณ์ที่ตัวเองเอามาปรับใช้ . เริ่มจากสิ่งที่คนอื่นเขียน แนะนำลองดูตาม list นี้ครัช     podcast super productive ของคุณรวิศ หาญอุตสาหะ บางส่วนอาจจะออกแนวธุรกิจหรือคนวัยทำงานไปหน่อย แต่ นร นศ ก็พอปรับใช้ได้ครัช หนังสือกินกบตัวนั้นซะ ถ้าขี้เกียจอ่านทั้งเล่ม  ก็เปิดอ่านสรุปหน้าท้ายๆได้เลย  แต่อาจจะพลาดฟิลลิ่งและเหตุผลหลายๆอย่างไป หนังสือ 7 habit ความจริงส่วนสำคัญของเล่มนี้  คุณรวิศก็พูดไว้ใน podcast แล้วหล่ะ ปัญญาวิชาชีวิต managing oneself ไม่ใช่หนังสือที่บอกวิธีให้ productive หรอก แต่เป็นหนังสือที่ชวนให้ถามตัวเอง และชวนให้รู้จักตัวเองเสียมากกว่า . เเละเพราะการรู้จักตัวเองนี่หล่ะ ที่ทำให้รู้ว่าวันๆนึงเราทำอะไร ไปเพื่ออะไร และเพื่อที่จะได้อะไรสักอย่างมา เราต้องจัดการ...