ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พระคุณของคุณยายขายโตเกียวหน้าโรงเรียน

พระคุณของคุณยายขายโตเกียวหน้าโรงเรียน

เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน แสงแดดสีทองยามสาดทั่วท้องฟ้า 
ใกล้เวลาที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าเข้าทุกครั้ง
เด็กตัวกลมๆ ผมม้าในชุดนักเรียน ป.1 ใหม่เอี่ยม
กำลังนั่งบนเก้าอี้พลาสติกเก่าๆตัวหนึ่ง
พร้อมกับหน้าตาละห้อยรอคอยพ่อแม่มารับกลับบ้าน
ไม่ไกลกันนัก มีผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่งยืน
ม้วนขนมโตเกียวแล้วใส่ลงถุงกระดาษอย่างชำนาญ 
ที่ทำงานของเธอก็คือร้านรถเข็นคันเล็กๆ 
มีเก้าอี้นั่ง 1 ตัว แต่เธอได้สละมัน
ให้แก่เด็กหญิงผมม้าไปแล้ว
แม้จะผ่านไปวันแล้ววันเล่า ภาพแบบนี้ก็ยังเกิดขึ้นเสมอตอนเวลาที่ฉันอยู่ ป.1
...ใช่แล้วเด็กหญิงคนนั้นคือฉันเมื่อวัยเด็ก
ยายขายโตเกียวที่ฉันไม่เคยรู้ชื่อเลยคือคนที่มีพระคุณต่อฉัน เหมือนคุณครูคนนึงเลยก็ว่าได้ ถ้าไม่มียายคนนึงก็อาจจะไม่มีฉันในวันนี้
วันนี้ฉันกลับไปหน้า รร ประถมอีกครั้ง
เพื่อจะถามหายายเพราะอยากเอาของไปเยี่ยม
ยายแกคงดีใจนะ ถ้าเด็กคนนึงที่แกสละเก้าอี้ให้นั่ง
และช่วยดูแลจนกว่าพ่อแม่จะมารับในวันนั้น กลับมาเยี่ยม ^^
แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะช้าไป ฉันถามหายายจากแม่ค้าเก่าๆ ทำให้รู้ว่า
"ยายดาเสียไปตั้งแต่ 6-7 ปีก่อน"
ของเยี่ยมจึงต้องเปลี่ยนเป็นการทำบุญแทน
---------
ขอบคุณยายเสมอ และจะไม่ลืมพระคุณนั้นเลย
คุณยายขายโตเกียวของน้ำทิพย์ T T

Cr.ภาพจาก internet
เขียนเมื่อ 10 สิงหาคม 2018
FB post: https://www.facebook.com/share/p/1C8pHfKY8v/

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Namthip x งานวิจัยมะเร็ง ตอนที่ 1

  Namthip x งานวิจัยมะเร็ง ตอนที่ 1   อยากบันทึกเรื่องราววิทยาศาสตร์ตอนวัยเด็กไว้สักหน่อย เป็นเรื่องราวที่อยากบันทึกไว้อ่านเอง ที่จริงควรจะเขียนตั้งแต่เหตุการณ์จบลงใหม่ๆ เพราะความรู้สึกจะยังคงสดใหม่ ภาษาก็อาจจะยังขำๆ กลับมาอ่านก็คงจะอมยิ้มไปอีกแบบ แต่บันทึกตอนนี้ก็ไม่สาย เพราะไม่รู้ว่าต่อไปวิทยาศาสตร์และงานวิจัย จะยังสดใสน่าตื่นเต้นเหมือนที่คิดตอนเด็กมั้ย งั้นรีบเขียนเลยแล้วกัน . บันทึกนี้คือบันทึกความรู้สึกที่อยู่ในใจ ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน บางส่วนอาจจะเกี่ยวข้องกับการเมืองยุคปัจจุบัน แต่ถ้าเสพด้วยใจที่เป็นกลาง เป็นเหตุเป็นผล เข้าใจบริบทของสังคม เวลา และเข้าใจว่าทั้งหมดคือเรื่องราววิทยาศาสตร์ไม่ใช่การเมือง เรื่องเล่าทั้งหมดจะไม่ชวนให้ตะขิดตะขวงใจแต่อย่างใด ขอใช้ภาษาตามประสาเด็กๆ เมื่อสิบกว่าปีก่อนหล่ะกัน . ชอบวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก แต่เรียนไม่ค่อยเก่งหรอก ชอบเล่นมากกว่า ทำของเล่นกับพ่อ หรือวุ่นวายกับสีดอกไม้หลังบ้านที่เอามาเล่นกับกรดเบส . จนหลังจากที่ยายเสียชีวิตเพราะมะเร็ง ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าทำไมหมอช่วยยายไม่ได้ ก็คิดนะว่าการแพทย์เป็นทางหนึ่ง แต่อาจจะมีทางที่ดีกว่า เขียนๆ...

Namthip x งานวิจัยมะเร็ง ตอนที่ 6

 Namthip x งานวิจัยมะเร็ง ตอนที่ 6   ตอนนี้ที่รอคอยยยย ว่าด้วยเรื่องราวตอนเรียนปริญญาเอก Scientific Lineage และ Mentor . จากเรื่องราวตอนก่อนๆ ตั้งแต่ ม.ต้น จนปี 6 ป ตรี เภสัช ที่ชีวิตว้าวุ่น กับการหาแลปเรียนต่อมากกว่าสอบใบประกอบวิชาชีพ . การเรียนต่อคือการเบี่ยงเข็มไปในทางที่ยิ่งแคบ ยิ่งเฉพาะทาง และแน่นอนเส้นทางอาชีพที่แคบลงไปอีก นี่ทำให้คิดหนักมากว่าเรียนอะไร ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ชอบวิจัยแบบไหนของมะเร็ง เพราะวิจัยมะเร็งนั้นกว้างมากกกกกกกกก . ถึงตรงนี้ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านๆที่ให้โอกาสได้ค้นหาตัวเองว่าชอบวิจัยมะเร็งแบบไหนนะคะ . ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง เลยตัดสินใจเรียนปริญญาเอก สาขาเภสัชวิทยา ที่ศิริราช (มันคือ โทควบเอก ถ้าจบ ป ตรีด้วยเกียรตินิยม จะสมัครเรียนแบบนี้ได้เลยไม่ต้องผ่านโท) ซึ่งการเข้าเรียนแบบนี้ก็ถูกนับเป็นนักเรียน ป เอก แต่วิชาเรียนเยอะกว่า . การเรียน ป เอก นั้น จุดสำคัญคือทำวิจัยล้วนๆ แทบไม่มีอะไรผสม เอาหล่ะวะ สมใจอยาก 55555 อยากร่ำไปด้วยทำแลปไปด้วย สภาพพพพ . คือวิจัยนี่ไม่ได้เหมือนแลปที่เราทำตอนเรียนมัธยม ที่ใสๆกุ๊งกิ๊ง เพราะเป็นการทดสอบกฏหรือทฤษฎี ที่คนทั้งโลกทำมาเ...

ภาพวาดของผู้ทรงศักดิ์ในหอสมุดศิริราชและเป็นที่มาของชื่อพิพิธภัณฑ์

ภาพวาดของผู้ทรงศักดิ์ในหอสมุดศิริราชและเป็นที่มาของชื่อพิพิธภัณฑ์ รูปของกรมพระราชวังบวรสถานภิมุข จะเจอได้ที่ตึกอดุยฯ กับหอสมุดของศิริราช ช่วงเดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงที่เรียนตึกนี้เกือบทุกวัน ตึกอดุยลเดชวิกรมของศิริราช ซึ่งด้านบนเป็นพิพิธภัณฑ์ . เข้ามาใต้ตึกทีไรก็เห็นใครๆยกมือไหว้ ทำความเคารพ  รูปวาดพระบิดาในรัชกาลที่ 9 แต่ไม่ค่อยมีใครสังเกตรูปวาดของบุคคลท่านนี้กัน มองผ่านๆ อาจจะนึกว่าเป็นรูปรัชกาลที่ 1 . พื้นที่นี้เป็น รพ. ศิริราช ได้  ส่วนหนึ่งก็เพราะท่านนี้หล่ะ . ถ้ารู้จักศิริราชก็คงรู้จักวังหลัง ซึ่งวังหลังเป็นพระราชวังเดิมของ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระอนุรักษ์เทเวศร์  กรมพระราชวังบวรสถานภิมุข  ซึ่งทรงเป็นกรมพระราชวังบวรสถานภิมุข (ตำแหน่งวังหลัง)ในรัชกาลที่ 1 . ท่านมีศักดิ์เป็นหลานของรัชกาลที่ 1  และยังเป็นเสมือนขุนศึกข้างพระวรกาย หลังจากนั้นมาไทยก็ไม่มีตำแหน่งวังหลังอีกเลย พื้นที่ของวังหลังจึงไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากมายอย่างวังหน้า . ช่วงรัชกาลที่ 5 วังหลังจึงถูกเปลี่ยนเป็น รพ.ศิริราช(ศิริราชมาจากชื่อพระโอรสในรัชกาลที่ 5) . ศิริราชมีเรื่องราวมากมาย  พิพิธภ...