ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

มหาวาตภัยแหลมตะลุมพุก - ฝันร้ายที่ไม่เคยเลือนหาย


 25 ตุลา ครบรอบวาตภัยแหลมตะลุมพุก
ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่ชวนให้ระลึกถึงเท่าไหร่
ถ้ามันไม่ได้เป็นความสูญเสียที่เหมือนกากบาทในใจ
.
มันเป็นวันที่ไม่เคยเลือนหายไปจากใจก๋งเลย
แม้ว่าเรื่องราวจะผ่านไปหลาย 10 ปี 
กับอายุของเจ้าตัวที่ร่วม 80 ปี
.
วันนั้นในอดีตก๋งในวัยสิบกว่ากับครอบครัวคนจีนอพยพ
มีธุรกิจขนาดเล็กที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรง
โดยมีอาเหล่ากงเป็นเสาหลักเพียงคนเดียว
.
พายุในชั่วข้ามคืน...
พัดเอาทุกอย่างไป...
รวมทั้งชีวิตของอาเหลากงด้วย
.
มันคือความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่
ในชีวิตของผู้ชายนักสู้คนหนึ่ง
.
ก๋งเริ่มต้นนับ 1 ด้วยตัวเองอีกครั้ง
กับงานหนักก็เอา เบาก็สู้
งานรับจ้างนานาชนิดผ่านมือมานับไม่ถ้วน
ซากรถจักรยานยนต์เก่าๆในบ้าน
ที่เคยถูกใช้เป็นรถเครื่องรับจ้าง
รวมถึงรถยนต์เก่าๆใช้งานไม่ได้คันนึง
คือเครื่องหมายของการสู้ชีวิต
ที่ก๋งกับอาม่าร่วมกันสร้าง
.
ในวันที่รุ่นหลานอย่างเราเกิดมา
ทุกอย่างเหมือนเป็นเพียงแค่ตำนานเล่าขาน
ที่ซ่อนเสียงความภาคภูมิใจในความพยายาม
แต่ก็เจือเสียงของความเศร้า
ที่ทั้งรุ่นลูกและรุ่นหลานก็สัมผัสได้
.
เรื่องเล่าในอดีตมักจะจบลงแบบขาดตอน
เมื่อพูดถึงวาตภัยเเห่งความสูญเสียครั้งนั้นเสมอ
เหตุการณ์ในหมู่บ้านเล็กๆ นี่ 
#ตะลุมพุก #นครศรีธรรมราช

เขียนเมื่อ 26 ตุลาคม 2562

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Namthip × งานวิจัยมะเร็ง ตอนที่ 2

Namthip × งานวิจัยมะเร็ง ตอนที่ 2   เท้าความตอนที่แล้ว สุดท้ายก็กล้าเดินเข่าเข้าไปขอ e-mail อาจารย์ . หลังจากนั้นก็ดีดอย่างหนัก 555 จากวิทยาศาสตร์ที่เรียนไปวันๆ กลายเป็นน่าสนุกขึ้นมาทันตา เคมีเกรด 2 ที่เคยได้มาก็กลายเป็นเกรด 4 จนติดโอลิมปิกวิชาการเคมี การอ่านหนังสือตั้งแต่นั้นก็ไม่ใช่แค่เอาไปตอบข้อสอบอีกต่อไป แต่คือการอ่านให้เข้าใจและพยายามคิดต่อ โผล่ไปห้องพักครูเคมีบ่อยมาก พร้อมกับแบกหนังสืิอไปด้วย คุณครูคนนั้นคือ อ.สุคนธ์ มณีฉาย หนังสือที่ชอบตอนนั้นคือหนังสือ ของ อ.กฤษณา ชุติมา ซึ่งเป็นหนังสือที่ดูจะอธิบายละเอียดและลึกซึ้งกว่าระดับมัธยมมาก นับแต่นั้นมามาตราฐานของการสอบจึงไม่ใช่คะแนนแต่เป็นความเข้าใจ ถึงจะได้คะแนนดีแต่ไม่เข้าใจก็ตามไปถามครูถึงห้อง >< บางครั้งหนังสือ 2 เล่มก็เขียนไม่เหมือนกัน และครูก็บอกว่าทำไม แบบนี้หล่ะที่น่าสนุก . E-mail ส่งไปถึง อ.ชิษณุสรร อ ตอบกลับมาเป็นภาษาอังกฤษในทุกครั้ง และทุกครั้งเช่นกันที่ต้องเปิดดิกชันนารีแปลทุกคำ . มีครั้งนึงอยู่ในค่ายโอลิมปิกวิชาการ ยืมคอมเพื่อนเปิด เจอศัพท์ที่ไม่รู้ (มันคือคำว่า appointment) ก็เดินไปถามเพื่อนคนนู้นคนนี้ว่านี่แ...

Namthip x งานวิจัยมะเร็ง ตอนที่ 0

  Namthip x งานวิจัยมะเร็ง ตอนที่ 0 จากโพสก่อนที่เล่าถึงเส้นทางการวิจัยมะเร็ง ที่เริ่มเรื่องมาตั้งแต่ ม.5 - ป.เอก ตอนที่ 0 นี้คือเรื่องความสะเปะสะปะ กว่าจะมาถึงเส้นทางวิจัยและวิทยาศาสตร์ . เรื่องมันเริ่มมาจากโจทย์แค่ว่า ทำไมยายถึงต้องตายเพราะมะเร็ง ทำไมหมอช่วยยายไม่ได้ ถ้ามีทางดีดีที่ยายไม่ตาย เราก็คงไม่ต้องมานั่งร้องอยู่อย่างนี้ นั่นหล่ะความคิดเด็ก ม.2 . ตอนนั้นก็กวาดทุกอย่างที่ขวางหน้า หรือต้องเป็นหมอศัลย์นะ? หรือว่าต้องโภชนาการต้านมะเร็ง? หรือว่าต้องแบบหมอสมหมาย ทองประเสริฐ? สิงซีเอ็ดบุ๊คสุดๆ อ่านฟรีบ้าง ซื้อบ้าง (มัน 18 ปีก่อน เน็ตยังไม่แพร่หลาย 555) . พ่อกับแม่ก็พยายามสนับสนุนนะ คือเค้าจะเป็นสายแบบเป็นแบ็ค จะไม่ชี้นำ แต่ถ้าดีดจะไปทางไหน จะช่วยดัน มันหรือถีบนะไม่แน่ใจ . ช่วง ม.2 แม่ก็พาไปเจอรุ่นพี่ที่ทำงานเก่าของแม่ คุณลุง ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ที่มาบรรยายเกี่ยวกับงานวิจัยอะไรสักอย่าง จำได้เลยว่าใส่ชุดยุวกาชาด ไปนั่งฟังบรรยายซึ่งก็น่าจะไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย แล้วก็ไปทานข้าวต่อกับวิทยากร ตอนนี้จำอะไรไม่ได้เลยว่าคุยอะไร จำได้อย่างเดียวคือ งานวิจัยนี่ดูเป็นอะไรที่เป็นเห...

Productive ตอน 2

Productive ตอน 2 ว่าด้วยเรื่อง productive ตอน 2 ความจริงเรื่องนี้มีให้อ่านเยอะมากกกกก เยอะพอๆหรือมากกว่าหนังสือทำยังไงให้เรียนเก่ง ซึ่งอ่านเท่าไหร่ๆ ก็ไม่เก่งกันสักที แฮะๆ . ที่เค้าเขียนหรือพูดไว้ได้เป็นแค่แนวทางเท่านั้น รีวิวฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมวอันนี้ ก็เพียงโพสรวบรวมแนวทางที่เจอๆมา ร่วมกับแชร์ประสบการณ์ที่ตัวเองเอามาปรับใช้ . เริ่มจากสิ่งที่คนอื่นเขียน แนะนำลองดูตาม list นี้ครัช     podcast super productive ของคุณรวิศ หาญอุตสาหะ บางส่วนอาจจะออกแนวธุรกิจหรือคนวัยทำงานไปหน่อย แต่ นร นศ ก็พอปรับใช้ได้ครัช หนังสือกินกบตัวนั้นซะ ถ้าขี้เกียจอ่านทั้งเล่ม  ก็เปิดอ่านสรุปหน้าท้ายๆได้เลย  แต่อาจจะพลาดฟิลลิ่งและเหตุผลหลายๆอย่างไป หนังสือ 7 habit ความจริงส่วนสำคัญของเล่มนี้  คุณรวิศก็พูดไว้ใน podcast แล้วหล่ะ ปัญญาวิชาชีวิต managing oneself ไม่ใช่หนังสือที่บอกวิธีให้ productive หรอก แต่เป็นหนังสือที่ชวนให้ถามตัวเอง และชวนให้รู้จักตัวเองเสียมากกว่า . เเละเพราะการรู้จักตัวเองนี่หล่ะ ที่ทำให้รู้ว่าวันๆนึงเราทำอะไร ไปเพื่ออะไร และเพื่อที่จะได้อะไรสักอย่างมา เราต้องจัดการ...